เมื่อใช้เครื่องวัดข้อมูลการปล่อยลูก TM4 ร่วมกับระบบ Bay Tracer การอ่านค่าช็อตอย่างแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อการฝึกซ้อมและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ฟังก์ชันสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ได้ความแม่นยำนี้คือฟังก์ชัน Bay Tracer offset การเข้าใจว่าควรใช้ฟังก์ชันนี้เมื่อใดและใช้อย่างไรจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลช็อตได้อย่างมาก
เหตุใดจึงควรใช้ Bay Tracer Offset
ฟังก์ชัน Bay Tracer offset ใช้เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนระหว่างตำแหน่งตีจริงกับจุดเล็งเริ่มต้นของโปรเจ็กเตอร์ ในการติดตั้งกอล์ฟ ซิมูเลเตอร์หลายรูปแบบ ผู้เล่นอาจไม่ได้ตีจากกึ่งกลางของช่องตีเสมอไป หากไม่ได้ชดเชยความไม่ตรงแนวนี้อย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้การอ่านค่าช็อตคลาดเคลื่อนได้
ตามค่าเริ่มต้น ระบบจะถือว่าจุดตีอยู่ในแนวเดียวกับกึ่งกลางจุดเล็งของโปรเจ็กเตอร์ หากไม่เป็นเช่นนั้นและไม่ได้ตั้งค่าออฟเซ็ตด้วยตนเอง ระบบอาจตีความทิศทางและวิถีลูกกอล์ฟของช็อตผิดพลาดได้ ส่งผลให้ข้อมูลที่ได้คลาดเคลื่อน และกระทบต่อการวิเคราะห์ Club Path ไปจนถึงการแสดงภาพวิถีลูกกอล์ฟ
ควรใช้ฟังก์ชัน Offset เมื่อใด
คุณควรใช้ฟังก์ชัน Bay Tracer offset ทุกครั้งที่ตำแหน่งตีไม่ได้อยู่กึ่งกลางช่องตี ซึ่งมักพบในกรณีต่อไปนี้:
- วางแผ่นรองตีเยื้องจากกึ่งกลางด้วยเหตุผลด้านพื้นที่หรือความสะดวกสบาย
- ติดตั้งโปรเจ็กเตอร์ไว้ในตำแหน่งคงที่ที่ไม่ตรงกับพื้นที่ตี
-
มีผู้ใช้หลายคนใช้ช่องตีเดียวกัน และมีท่ายืนหรือความต้องการที่แตกต่างกัน
วิธีใช้ฟังก์ชัน Offset
เพื่อให้การอ่านค่าแม่นยำ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ระบุตำแหน่งตี: กำหนดว่าบอลจะถูกตีจากตำแหน่งใดเมื่อเทียบกับกึ่งกลางของช่องตี
- ปรับจุดเล็งของโปรเจ็กเตอร์: ปรับจุดเล็งของโปรเจ็กเตอร์ให้ตรงกับตำแหน่งตี หรือปรับตำแหน่งตีให้ตรงกับจุดเล็งของโปรเจ็กเตอร์
- ตั้งค่าออฟเซ็ต: ใช้ฟังก์ชัน Bay Tracer offset เพื่อป้อนระยะทางระหว่างจุดตีกับจุดเล็งกึ่งกลางของโปรเจ็กเตอร์ด้วยตนเอง
- ข้อความนี้จะบอกระบบว่าควรคาดว่าบอลจะถูกตีจากตำแหน่งใด
- ตรวจสอบความแม่นยำ: ตีช็อตทดสอบสองสามครั้งและตรวจสอบว่าข้อมูลมีความสม่ำเสมอหรือไม่ หากจำเป็น ให้ปรับเพิ่มเติม